สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับการขายอสังหาริมทรัพย์

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับการขายอสังหาริมทรัพย์
ภาษีธุรกิจเฉพาะกับการขายอสังหาริมทรัพย์
 
การดำเนินธุรกิจมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการ ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจขายสินค้าประเภทหนึ่งที่นำที่ดินและหรืออาคารขายให้กับผู้ซื้อที่มีความต้องการในที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ บางคนซื้อเพื่ออยู่อาศัย บางคนก็ซื้อเพื่อนำไปประกอบธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการขายอสังหาริมทรัพย์ได้มีการนำอสังหาริมทรัพย์มาพัฒนาออกจำหน่ายหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ที่ดินเปล่า ตึกแถว บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์
 
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นการจัดสรรที่ดิน ซึ่งถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์โดยเป็นทางค้าหรือหากำไร ตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้ผู้ขายมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3 และภาษีท้องถิ่นอีก 10% โดยรวมจะต้องเสียในอัตรา 3.3% ของรายรับก่อนหักรายจ่าย การขายอสังหาริมทรัพย์เฉพาะที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังต่อไปนี้ เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร
 
  1. การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน

  2. การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

  3. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว

  4. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) หรือ (3) เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขายหรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว

  5. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการเฉพาะของนิติบุคคลตามมาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร

  6. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น เว้นแต่
    (ก) การขายหรือการถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

    (ข) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก

    (ค) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่ง สำคัญที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ในกรณีที่ที่ดินและอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตาม- (ค) ได้มาไม่พร้อมกัน กำหนดเวลา 5 ปีตามความใน (6) ให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดินหรืออาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาภายหลัง

    (ง) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายของตน แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม

    (จ) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม

    (ฉ) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีค่าตอบแทน

    (ช) การแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์กับส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะในกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลนั้นมิได้มีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างอื่น นอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนนั้น
ผู้ประกอบกิจการขายบ้านพร้อมที่ดินและจัดสรรที่ดินโดยได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร จึงอยู่ในบังคับต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการขายอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น
 
โดยไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 เพื่อชำระภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นรายเดือน ทั้งนี้ ตามมาตรา 91/2 (6) มาตรา 91/10 มาตรา 91/12 และมาตรา 91/13 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2545 สำหรับเงินมัดจำและเงินดาวน์ที่ได้รับจากการขายอสังหาริมทรัพย์
 
หากเงินจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายรับที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อยื่นแบบเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามมาตรา 91/10 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีมีการริบเงินมัดจำหรือเงินดาวน์จากผู้จะซื้ออสังหาริมทรัพย์
 
เนื่องจากผู้จะซื้อผิดสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ เงินดังกล่าวไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ดังนั้นจึงไม่มีหน้าที่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2545 แต่อย่างใด
 
* การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3.3% แต่ได้มีการแก้ไขลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะให้เหลือเพียง 0.1%ให้กับการโอนทุกประเภท ที่อยู่ในความหมายของคำว่า "ขาย" จากกิจการขายอสังหาริมทรัพยเป็นทางค้าหรือหากําไรตามมาตรา๙๑/๕ (๖) แห่งประมวลรัษฎากรทั้งนี้เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย ที่ไดกระทําตั้งแตวันที่29มีนาคม 2552 ถึง วันที่28 มีนาคม 2553 เพื่อเป็นการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ก็เป็นการบรรเทาภาระภาษีให้ผู้ประกอบการขายอสังหาริมทรัพย์ประหยัดภาษีลงไปค่อนข้างมาก *
 

ที่มา:กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

Tags : ภาษีธุรกิจเฉพาะกับการขายอสังหาริมทรัพย์ เรื่องของภาษี

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view