สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

คุมแบงก์มั่วข้อมูลเครดิต อุ้มลูกค้าชั้นดีต่อรองดอกเบี้ย

คุมแบงก์มั่วข้อมูลเครดิต อุ้มลูกค้าชั้นดีต่อรองดอกเบี้ย

            งัดกม.คุมแบงก์มั่วข้อมูลเครดิต อุ้มลูกค้าชั้นดีต่อรองดอกเบี้ย

 "เครดิตบูโร-ธปท." จับมือออกเกณฑ์สกัดแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อลูกค้า มั่วนิ่มอ้างติดเครดิตบูโร สั่งแจงข้อมูลปฏิเสธสินเชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรถึงมือลูกค้า เตรียมใช้ระบบเครดิตสกอริ่งให้สิทธิลูกค้าประวัติดีต่อรองดอกเบี้ยเงินกู้กับแบงก์ได้ เชื่อโครงการหนี้นอกระบบจะดึงประชาชนสร้างข้อมูลเครดิตเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้มากขึ้น
       

       นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารธนาคาแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการแก้ปัญหาธนาคารพาณิชย์ปฎิเสธการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าด้วยการอ้างว่าขอดูข้อมูลจากเครดิตบูโรแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ โดยธปท.มีแนวคิดที่จะออกกฎหมายให้ธนาคารพาณิชย์ที่ปฎิเสธการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยอ้างเหตุผลว่าข้อมูลการชำระหนี้ไม่ผ่านจะต้องออกหนังสือแจ้งต่อลูกค้าอย่างเป็นทางการจะปฏิเสธเป็นคำพูดเช่นเดิมไม่ได้
       
       “เชื่อว่าหากมีกฎให้ธนาคารพาณิชย์ที่ปฎิเสธการให้สินเชื่อลูกค้าเพราะติดเครดิตบูโร จะต้องทำหังสือแจ้งลูกค้า เพระขณะนี้ธนาคารมักจะอ้างเหตุผลการปฏิเสธสินเชื่อว่าติดเครดิบูโรแต่สาเหตุที่แท้จริงอาจจะมาจากสาเหตุอื่น ซึ่งวิธีการทำหนังสือชี้แจงในลักษณะนี้ เชื่อว่าลูกค้าจะสามารถแก้ไขสาเหตุที่ธนาคารระบุไว้ได้ถูกต้อง และจะทำให้การปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินลดลง” นายนิวัฒน์ กล่าว
       
       ส่วนแนวโน้มการขอสินเชื่อในปัจจุบันหากดูจากตัวเลขรายการขอดูข้อมูลลูกค้าจากธนาคารพาณิช์และธนาคารของรัฐพบว่าในไตรมาส 4/2552 มีจำนวนรายการเพิ่มขึ้นมาที่ 7-8 แสนรายการซึ่งถือว่าดีกว่าช่วงต้นปีแต่ยังน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนรายการที่ 9 แสนรายการ ซึ่งถือว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เพราะธนาคาพาณิชย์จะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจะลอ ดังนั้นจำนวนที่ขอดูประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าจึงน้อยง
       
       นอกจากนี้ ในช่วงดือนมีนาคม 2553 จะเริ่มมีการใช้ระบบคะแนนเครดิต (เครดิตสกอริ่ง) ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากการมีคะแนนเครดิต เพราะระบบดังกล่าวจะจัดอันดับลูกค้าตามประวัติการชำระหนี้ หากลูกค้าที่มีคะแนนเครดิตดีก็สามาถต่อรองดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินได้ ซึ่งวิธีการนี้น่าจะส่งผลดีต่อพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้าสถาบันการเงินให้มีวินัยมากขึ้น
       
       อีกทั้งในช่วงปี 2553 เครดิตบูโรจะเน้นการให้ความรู้กับประชาชนในการเข้ามาอยู่ในระบบข้อมูลเครดิต ว่ามีความสำคัญต่อการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของรัฐบาล ก็สามารถือโอกาสนี้เข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิตได้
       
       “ผมเชื่อว่าลูกหนี้นอกระบบส่วนหนึ่งเกิดจากเขาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้จึงต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ หากรัฐบาลสามารถดึงเข้ามาสู่ระบบสถาบันการเงินได้ลูกหนี้ก็จะเข้าสู่แหล่งเงินทุนได้และเข้ามาอยู่ในระบบของเครดิตบูโรส่งผลดีต่อประวัติการชำระเงินที่จะทำให้สามารถขอสินเชื่อจากระบบสถาบันการเงินได้ แต่ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนโครงสร้างการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ใหม่ ให้สามารถชำระคืนหนี้แก่เจ้าหนี้รายใหม่ได้โดยไม่เดือดร้อน” นายนิวัฒน์กล่าว
       
       นายนิวัฒน์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจกับประชาชนคือ การที่ประชาชนเข้าใจว่าสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพราะติดเครดิตบูโรนั้น เป็นเพราะลูกหนี้เข้าใจผิดว่าหากค้างชำระเกิน 3 เดือนจะติดเครดิตบูโร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วข้อมูลเครดิตบูโรจะเป็นการเก็บประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกรายการทั้งรายการที่เป็นการชำระปกติและรายการที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งสถาบันการเงินก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ลูกค้า
       
       “สิ่งที่สำคัญคือการทำความเข้าใจเรื่องบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์ของเครดิตบูโรว่ามันไม่มีและยังหาคำตอบไม่ได้ว่าใครนิยามคำนี้ขึ้นมา รายชื่อในเครดิตบูโรเป็นเพียงการเก็บประวัติของลูกค้าเท่านั้นซึ่งสถาบันการเงินจะนำไปประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ส่วนการปฏิเสธสินเชื่อบางส่วนอาจมาจากความสามารถในการชำระเงินของลูกค้าและปัญหาอื่นๆ แต่ทุกฝ่ายก็โดยมาที่เครติดบูโรให้กลายเป็นผู้ร้ายไปจึงต้องทำความเข้าใจกับประเด็นนี้ให้มากยิ่งขึ้น” นายนิวัฒน์กล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

                             

Tags : คุมแบงก์มั่วข้อมูลเครดิต อุ้มลูกค้าชั้นดีต่อรองดอกเบี้ย

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view