สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เตรียมรับมือการทวงหนี้ บัตรเครดิต

เตรียมรับมือการทวงหนี้ บัตรเครดิต

เตรียมรับมือการทวงหนี้ บัตรเครดิต

ในปัจจุบันบัตรเครดิตมีอิทธิพล ต่อชีวิตประจำวันมาก ทำให้มนุษย์เราตกเป็นทาสของมันโดยไม่รู้ตัว รู้อีกทีเป็นหนี้ก้อนโตไปแล้ว เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ แต่ถ้าไม่ใช้หนี้ก็จะโดนทวงถาม โดนบังคับให้ชำระหนี้ ดังนั้นมาเตรียมรับมือการทวงหนี้บัตรเครดิตกัน

วิธีรับมือการทวงหนี้โหด ไม่ได้แนะนำให้เบี้ยวหนี้ ชักดาบ ไม่ยอมจ่ายหนี้ แต่ให้นำไปใช้ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ซึ่งส่งนักทวงหนี้มาใช้วิธีการทวงหนี้แบบผิดกฎหมายเช่น อ้างกฎหมายมาข่มขู่ รบกวนเวลาทำงาน ทำให้เสียชื่อเสียง ฯลฯ เพือเป็นการปกป้องตัวลูกหนี้เองให้รอดพ้นจากการทวงหนี้โหดที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นลูกหนี้จึงจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินบ้าง แต่ไม่ต้องถึงกับท่องจำกฎหมายหนี้สินมาตราต่าง ๆ ได้ เอาแค่ให้รู้ว่าการทวงหนี้ที่นักทวงหนี้ปฏิบัติต่อลูกหนี้ในลักษณะใดบ้างที่เข้าข่ายการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย เพื่อจะได้เตรียมรับมือกับเหล่านักทวงหนี้ได้อย่างเหมาะสมในทำนอง “รู้เขา-รู้เรา” จะได้ไม่ตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบเจ้าหนี้และปกป้องรักษาสิทธิ์ของลูกหนี้ไว้  

ก่อนจะคุยกับนักทวงหนี้ ให้ลูกหนี้เป็นฝ่ายรุกก่อนเลยโดยการสอบถาม ชื่อ-นามสกุลจริง ของคนที่มาทวงหนี้ก่อนและที่สำคัญต้องขอเบอร์โทรศัพท์สำนักงาน(ไม่ใช่เบอร์มือถือ)ที่เขาทำงานอยู่ รวมถึงชื่อสำนักงานของนักทวงหนี้เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ให้ลูกหนี้เป็นฝ่ายรุกมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ ส่วนมากการคุยกันระหว่างลูกหนี้กับนักทวงหนี้มักจะคุยกันไม่รู้เรื่องและมักจะมีปัญหาเรื่องการมีปากเสียงหรือจบลงด้วยการทะเลาะกัน อาจมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงที่ฝ่ายนักทวงหนี้หลุดได้บ่อย ๆ ดังนั้นการสอบถามข้อมูลจริง ๆ ของนักทวงหนี้จึงมีโอกาสสูงที่นักทวงหนี้จะไม่บอก เพราะเขากลัวความผิดทางกฎหมายเหมือนกันถ้าเขาเผลอข่มขู่หรือใช้ถ้อยคำรุนแรงกับลูกหนี้ซึ่งลูกหนี้อาจรับมือหรือตอบโต้กับนักทวงหนี้ได้โดยการตามเอาเรื่องจนถึงสำนักงานของนักทวงหนี้เลยก็ได้ นอกจากจะตามหนี้ไม่ได้แล้วยังต้องมีคดีความติดตัวอีก ไม่คุ้มแน่นอนสำหรับการบอกรายละเอียดของตัวนักทวงหนี้เอง ถึงตอนนี้นักทวงหนี้ก็คงรู้แล้วว่า ลูกหนี้รายนี้ไม่ใช่หมูที่จะมาเถือเล่นได้ง่าย ๆ ถ้านักทวงหนี้ไม่ยอมบอกรายละเอียดของตัวเขาก็เข้าทางเราเลย ให้ลูกหนี้ถือโอกาสตัดบทไม่คุยด้วยหรือถ้านักทวงหนี้ให้รายละเอียดมาก็ให้ลูกหนี้โทรย้อนกลับไปเป็นการตรวจสอบได้เลย  

ต้องตั้งสติให้ดี อย่ากลัวที่จะคุยกับเจ้าหนี้หรือนักทวงหนี้ ต้องกล้าคุยและเสียงเข้ม การเป็นหนี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พวกติดตามหนี้ข่มขู่ เป็นแค่คดีแพ่งไม่ใช่คดีร้ายแรงเหมือนการฆ่าคน(คดีอาญา) ดังนั้นการที่นักทวงหนี้ใช้คำพูดในลักษณะที่ว่า จะใช้กฎหมายจับลูกหนี้เข้าคุกจะด้วยข้อหาอะไรก็สุดแล้วแต่ที่นักทวงหนี้พยายามสรรหามาเพื่อให้ดูน่ากลัวสำหรับลูกหนี้ ให้ลูกหนี้รับมือกับการทวงหนี้โหดในลักษณะนี้โดยการย้อนถามกลับไปว่า หนี้สินเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญาจะจับเข้าคุกได้ยังไง จะเอาตำรวจที่ไหนมาจับเพราะคดีหนี้สินไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเลย  

การรับมือกับการทวงหนี้โหดต้องมีความรัดกุม รู้เขา รู้เรา ดังนั้นทางที่ดีในการพูดคุยกับนักทวงหนี้ต้องมีการบันทึกเสียงการสนทนาระหว่างลูกหนี้กับนักทวงหนี้ไว้ด้วย(อย่าให้นักทวงหนี้รู้) เผื่อว่าหากมีปัญหาอะไรเช่น เรื่องการข่มขู่ อาจใช้การบันทึกเสียงให้เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบได้  

นักทวงหนี้จำนวนไม่น้อยที่มักจะทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวลูกหนี้เช่น พ่อ แม่(ซึ่งอายุมากแล้ว) ญาติ พี่น้อง(ที่ไม่รู้เรื่องด้วย) หรือเพื่อนร่วมงาน การทวงหนี้ในลักษณะนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาทผิดกฎหมายแน่นอน ลูกหนี้สามารถฟ้องร้องได้ การรับมือกับการทวงหนี้ในลักษณะนี้ให้อธิบายให้คนใกล้ชิดเข้าใจว่า หนี้สินของเรานักทวงหนี้ไม่สามารถติดตามหรือทวงหนี้จากคนอื่นได้ คนใกล้ตัวเราจะได้ไม่ตกใจและหากพวกเขารู้สถานการณ์ว่าอะไรเป็นอะไรสามารถจับต้นชนปลายถูกก็จะได้ช่วยตอกกลับพวกนักทวงหนี้โหดที่ไม่รู้จักกาลเทศะได้อีกทางหนึ่ง.

วิธีทวงหนี้โหดที่สำนักงานทวงหนี้มักใช้กันเป็นเทคนิคที่ชอบอ้างถึงกฎหมายที่ลูกหนี้ส่วนมากไม่มีความรู้ จึงเปิดโอกาสให้นักทวงหนี้ดำเนินการไปตามเกมส์ของเขาซึ่งมีหลายวิธีดังนี้

ส่งจดหมายทวงหนี้ เป็นจดหมายที่ส่งมาทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ จะมีข้อความที่ประทับตรายางสีแดงเช่น “อนุมัติฟ้องภายใน 24 ช.ม.” “ด่วนอนุมัติฟ้อง” “เตือนให้ชำระหนี้ครั้งสุดท้าย” “ด่วนนำพนักงานสืบทรัพย์ตรวจสอบตามภูมิลำเนา” คำขู่พวกนี้ลูกหนี้ที่รู้เท่าทันไม่ต้องตกใจเพราะถ้ามีการฟ้องศาลจริงจะต้องมีหมายเลขคดีดำและหมายศาลจะส่งไปยังที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น จดหมายทวงหนี้ในลักษณะนี้ส่งมาเพื่อเตือนให้รีบไปชำระหนี้เท่านั้น ในส่วนของลูกหนี้ให้คิดว่า ถ้าเจ้าหนี้อยากจะฟ้องก็เชิญไปเลย ในความเป็นจริงกว่าจะส่งเรื่องฟ้องศาลจริงเจ้าหนี้จะรอเวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน ดังนั้นในระหว่างนี้ลูกหนี้จะได้รับจดหมายทวงหนี้ในลักษณะนี้อีกทุกเดือนจนเกิดความสงสัยว่า “เมื่อไหร่เจ้าหนี้จะฟ้องจริงซะที”

เจ้าหนี้แจ้งว่าจะยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นการข่มขู่ที่ผิดกฎหมาย การที่เจ้าหนี้จะยึดทรัพย์ลูกหนี้ได้จะต้องมีการฟ้องศาลดำเนินคดีทางแพ่งก่อน การยึดทรัพย์ต้องใช้คำสั่งศาลจึงจะดำเนินการยึดทรัพย์ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ ตามอำเภอใจ

เจ้าหนี้แจ้งว่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาทวงเงินที่ทำงานของลูกหนี้
พูดง่าย ๆ คือตามทวงหนี้ถึงที่ทำงานกันเลยทีเดียว กรณีนี้ถ้าลูกหนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพบพนักงานทวงหนี้ที่เจ้าหนี้ส่งมามีสิทธิ์เจอข้อหาบุกรุกได้เลย นอกจากนี้เจ้าหนี้ยังมีการข่มขู่อีกหลายเรื่องที่เคยทำกันมาแล้วได้ผลเช่น ขู่ว่าจะอายัดเงินเดือนทั้ง ๆ ที่เรื่องยังไม่ได้ส่งฟ้องศาลเลย เจ้าหนี้จึงไม่สามารถอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้เพราะการอายัดเงินเดือนต้องมีคำสั่งศาลและการอายัดเงินเดือนทำได้เต็มที่ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนลูกหนี้ กรณีที่มีเจ้าหนี้หลายรายก็ต้องแบ่งสรรปันส่วนกันไปภายใน 30 เปอร์เซ็นต์นั้น

เจ้าหนี้จะทำการทวงหนี้ได้ แต่ต้องปฏิบัติตัวให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมายและทำการทวงหนี้อย่างเหมาะสมไม่เป็นการรบกวนการทำงานหรือการดำเนินชีวิตประจำวันของลูกหนี้จนเกินพอดี เจ้าหนี้ต้องมีการแสดงตัว แจ้งชื่อ-นามสกุล สำนักงานที่สังกัด ไม่คุกคามลูกหนี้เช่น ประจานหรือข่มขู่ และที่สำคัญต้องไม่เปิดเผยความลับของลูกหนี้แก่บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

จะเห็นได้ว่าการติดตามทวงหนี้ของเจ้าหนี้ในปัจจุบันที่ทำกันมักออกมาในลักษณะของการข่มขู่ในเรื่องต่าง ๆ ที่ถือว่าผิดกฎหมาย จนในระยะหลังมานี้ลูกหนี้เริ่มรู้เท่าทันเจ้าหนี้จึงได้มีการฟ้องร้องกลับจนเจ้าหนี้เป็นฝ่ายแพ้คดีไปก็มีจำนวนไม่น้อย หากลูกหนี้มีข้อสงสัยในการทวงหนี้ของเจ้าหนี้ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ในการติดตามทวงถามหนี้ ที่ออกมาเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการถูกข่มขู่ของลูกหนี้ ถึงแม้ลูกหนี้จะรู้เท่าทันเจ้าหนี้และสามารถรับมือกับการทวงหนี้แบบโหดจากเจ้าหนี้ได้

การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ดีที่สุดคือ “มีหนี้ก็ต้องใช้หนี้” ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะใช้หนี้ได้จงอย่ารอช้า ให้รีบหาทางเคลียร์หนี้สินให้จบแล้วอย่าก่อหนี้สินขึ้นมาอีก นั่นแหละคือคำตอบสุดท้าย.

เตือนภัยประชาชน ระวังกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ทวงหนี้ทางโทรศัพท์บอกเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้โอนเงินตามตู้ATM    ดังนั้นถ้ามีเจ้าหน้าที่โทรทวงถาม ให้สังเกตุคำพูด และขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับว่าเป็นเบอร์โทรพื้นฐาน คือ 02-XXX-XXXX  หรือเบอร์ HoT Line  XXXX ของธนาคารนั้น หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ให้วางสายทันทีและแจ้งกลับไปยังธนาคารต้นสังกัดโดยด่วน

ที่มา:Choke Chira

Tags : เตรียมรับมือการทวงหนี้ เมื่อผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต วิธีใช้บัตรเครดิต เครดิตบูโร(Credit Bureau)ไม่ได้น่ากลัว รู้ทันเจ้าหนี้ว่าทำไมจึงยอมลดหนี้ให้ในกรณีLoan DeductหรือHair-Cut แก้ปัญหาการทวงหนี้บัตรเครดิต บัตรเดบิต กู้เงิน บริการเงินด่วน จำนองบ้าน

ความคิดเห็น

  1. 1
    เนส
    เนส wholeseal21@yahoo.com 20/12/2011 14:43
    ไปหาสินเชื่อเงินสดที่ไหนดี ที่เจ้าหนี้ไม่โหดมาก

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view