สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม

โมเดอร์นฟอร์มแนะนำการดูแล รักษา 18 วัสดุที่ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ หลังน้ำท่วม ดังนี้

1. ไม้สัก (Teak Wood)
ไม้สักเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติทนน้ำและกันปลวกได้ดี แม้จะแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานก็สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ โดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดคราบสกปรกออก นำไปผึ่งลมเพื่อถ่ายเทความชื้นภายในไม้ออกจนหมด และนำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นขัดเคลือบผิวเดิมออกแล้วทาสีและแลกเกอร์ทับก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่มีความเงางามเหมือนเดิม

2. ไม้จริง ไม้เนื้อแข็ง (Hard Wood)
ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้มะค่า สามารถทนน้ำได้ดีในระดับหนึ่งแต่ไม่เท่าไม้สัก ถ้าหากโดนน้ำหรือความชื้นไม่มาก สามารถใช้น้ำสะอาดเช็ดคราบสกปรกออกและนำไปผึ่งลมเพื่อให้ไม้คลายความชื้นออกจดหมด แล้วนำไปตากแดดอ่อนๆจนแห้ง เท่านี้ก็สามารถนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นกลับมาใช้งานใหม่ได้ แต่ถ้าหากต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน สีที่เคลือบอยู่บนผิวไม้อาจจะหลุดลอก และไม้ก็จะดูดซับน้ำ ทำให้ไม้มีการบิดงอ หลังจากทำความสะอาดและตากแดดจนแห้งแล้ว อาจจะต้องมีการทำสีและปรับแต่ง Fitting ใหม่

*ห้ามนำไม้ที่เปียกชื้นไปตากแดดทันที เพราะจะทำให้ไม้บิดงอ

3. ไม้จริง ไม้เนื้ออ่อน (Soft Wood)
ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยางพารา จะดูดซับน้ำได้ดีกว่าไม้เนื้อแข็ง เมื่อโดนความชื้นไม้จะมีโอกาสบิดตัวได้สูง ทำให้ระยะ Fitting ต่างๆ เช่นบานพับ รางลิ้นชัก เปลี่ยนไป เบื้องต้นควรนำเฟอร์นิเจอร์ไปผึ่งลมเพื่อระบายความชื้นออกจนหมด จากนั้นจึงนำกลับมาปรับแต่ง Fitting ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ดังเดิม หากต้องการให้ไม้มีความเงางาม หลังจากผึ่งลมจนแห้งสนิทก็สามารถนำมา ขัดเคลือบผิวเดิมออก ทาสีแล้วเคลือบแล็กเกอร์ใหม่ได้ ทั้งนี้หากไม้เนื้ออ่อนแช่น้ำเป็นเวลานานจนไม่สามารถระบายความชื้นออกได้หมด ความชื้นในเนื้อไม้จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงและเชื้อโรคต่างๆ ในกรณีนี้ควรเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ทดแทน

4. ไม้อัด (Particle Board/ MDF)
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ Particle Board และ MDF ถ้าโดนความชื้นเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด แล้วผึ่งลมให้แห้งก็นำกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม แต่หากต้องอยู่กับความชื้นหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน วัสดุปิดผิวจะหลุดร่อน และน้ำจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้ ซึ่งทำให้ไม้บวม รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค กรณีนี้ขอแนะนำให้เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ทดแทน

5. กระจก (Glass)
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากกระจกสามารถทนน้ำได้เป็นอย่างดี แต่หากแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานก็อาจเกิดคราบสกปรกได้ จึงควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระจก จากนั้นนำไปผึ่งลมหรือตากแดดอ่อนๆจนแห้ง ก็สามารถนำมาใช้งานต่อได้ทันที แต่ถ้าหากกระจกเกิดรอยร้าว ควรเปลี่ยนกระจกบานใหม่ทดแทนเพื่อป้องกันการแตกหักในอนาคต

6. พลาสติก (Plastic)
พลาสติกเป็นวัสดุอีกประเภทหนึ่งที่สามารถทนน้ำได้ดี เราสามารถเช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่แช่น้ำด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ (ไม่ควรใช้แปรงโลหะขัดเพราะจะทำให้ผิวพลาสติกเป็นรอย) เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด เท่านี้ก็สามารถนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นกลับมาใช้งานได้ทันที ทั้งนี้สีของพลาสติกส่วนที่แช่น้ำเป็นเวลานานอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

7. ไฟเบอร์ (Fiber)
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไฟเบอร์สามารถทนน้ำได้ดี เราสามารถเช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ด้วยน้ำสบู่อ่อนๆและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ก็สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ทันที ทั้งนี้สีของไฟเบอร์ส่วนที่แช่น้ำเป็นเวลานานอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย หากต้องการให้กลับมาเงางามเหมือนเดิม สามารถนำมาขัด-เคลือบสีใหม่ได้อีกครั้ง

8. หนัง (Leather)
หนังมักจะใช้หุ้มเฟอร์นิเจอร์ประเภทโซฟา เมื่อหนังโดนความชื้นเป็นเวลานานอาจจะมีกลิ่นอับ ซึ่งสามารถเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง เมื่อกลิ่นอับหายไปก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ (ห้ามนำไปตากแดดเพราะจะทำให้หนังแตก) แต่ถ้าหากหนังต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหนังแท้ซึ่งมีรูเล็กๆมากมายที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ แม้ว่าเราจะทำความสะอาดแล้ว แต่กลิ่นอับและรอยคราบน้ำจะยังอยู่ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ กรณีนี้ควรเปลี่ยนหนังชิ้นใหม่ทดแทน ทั้งนี้ในส่วนของหนังเทียมแม้เราจะทำให้ความชื้นหายไปได้ แต่ก็ไม่สามารถขัดสีกลับมาได้เหมือนเดิม

9. ผ้า (Fabric)
เฟอร์นิเจอร์ที่หุ้มด้วยผ้าเมื่อโดนความชื้นเป็นเวลานานอาจจะมีกลิ่นอับ เบื้องต้นสามารถทำความสะอาดด้วยการนำไปตากแดด หรือซักแห้งเพื่อทำให้กลิ่นอับหายไป แต่หากผ้าต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน แม้จะทำความสะอาดและตากแดดจนแห้งแล้ว เฟอร์นิเจอร์ผ้าชิ้นนั้นก็ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว จึงควรเปลี่ยนชิ้นใหม่ทดแทน

*กรณีนำผ้าไปซักแห้ง อาจเกิดการหดตัวของเนื้อผ้า ซึ่งไม่สามารถนำกลับไปหุ้มได้ตามเดิม

10. ฟองน้ำ / ใย / นุ่น (Cushions Foam)
ฟองน้ำ/ ใย/ นุ่น มักจะเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ประเภทโซฟา หากมีความชื้นเพียงเล็กน้อย สามารถนำมาตากแดดอ่อนๆจนแห้งสนิทและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่หากต้องแช่น้ำเป็นเวลานานๆ แม้จะนำมาทำความสะอาดและผึ่งแดดจนแห้งสนิทแล้ว แต่เชื้อโรคต่างๆจะยังคงติดอยู่ในฟองน้ำ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ในระยะยาว จึงแนะนำให้เปลี่ยนชิ้นใหม่ทดแทน

11. สเตนเลส / อลูมิเนียม (Stainless/ Aluminum)
สเตนเลสและอลูมิเนียมมักเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ประเภทต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถทนน้ำได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากสแตนเลสต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดคราบสกปรกเกาะตามพื้นผิว และทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นขาดความเงางาม ทั้งนี้เราสามารถทำความสะอาดได้โดยใช้น้ำสบู่อ่อนๆหรือน้ำยาขัดสแตนเลสเช็ดคราบสกปรกออก จากนั้นเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเงา ก็จะได้เฟอร์นิเจอร์สเตนเลสที่เงามดังเดิม ถ้าหากเกิดคราบสนิมบนพื้นผิว ควรใช้กระดาษทรายขัดคราบสนิมออกก่อน แล้วจึงตามด้วยน้ำยาขัดสเตนเลส


*ทั้งนี้คราบสนิมที่เกิดขึ้น จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสเตนเลสด้วย ซึ่งสแตนเลสบางชนิดอาจจะไม่มีคราบสนิม

12. เหล็ก (Steel)
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเหล็กจะมีความทนทานกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ แต่หากโดนความชื้นหรือแช่น้ำเป็นเวลานานจะทำให้เกิดสนิมได้ เบื้องต้นจึงควรเช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกออกก่อน จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งโดยการตากแดดได้ อุณหภูมิของแสงแดดจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับเหล็กโดยตรง หลังจากแห้งสนิทแล้ว ให้ขัดคราบสนิมออกด้วยกระดาษทรายหรือน้ำยาสำหรับขัดสนิม แล้วทาสีทับเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกทั้งยังทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูใหม่ขึ้นได้อีกด้วย

13. หินสังเคราะห์ (Acrylic Solid Surface)
หินสังเคราะห์จะมีคุณสมบัติในการทนน้ำได้ดี เนื่องจากในเนื้อหินไม่มีรูให้น้ำผ่าน หินชนิดนี้จึงดูแลทำความสะอาดได้ง่าย เพียงใช้น้ำยาที่ไม่มีกรดเข้มข้น เช่นน้ำยาล้างจานผสมน้ำให้เจือจางมาเช็ดทำความสะอาด ทั้งนี้หากต้องอยู่กับความชื้นหรือแช่น้ำเป็นเวลานานเกิน 24 ชม. ก็อาจมีคราบเหลืองเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของหิน ซึ่งเกิดจากคราบกาวไม่เกี่ยวกับตัววัสดุเอง ผู้ใช้งานสามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญมาทำการขัดลอกพื้นผิวด้านหน้าหินใหม่ก็จะได้หินที่เงางามตามเดิม จากนั้นจึงนำกลับไปติดตั้งบนพื้นผิวแห้งสนิทอีกครั้ง แต่ในกรณีที่นำไปเป็นท้อปครัว ด้านใต้หินจะมีไม้รองท้อปที่ทำจากไม้อัด ซึ่งไม่สามารถแช่น้ำได้ จึงควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการรื้อถอนและเปลี่ยนท้อปชิ้นใหม่แทน

14. หินกึ่งสังเคราะห์ (Composite Stone)
หินกึ่งสังเคราะห์จะมีส่วนประกอบจากหินธรรมชาติ 95% และหินสังเคราะห์ 5% โดยคุณสมบัติของหินธรรมชาติจะมีรูเล็กๆมากมาย ซึ่งทำให้น้ำสามารถซึมผ่านเข้าไปในเนื้อหินได้ การดูแลทำความสะอาดหินกึ่งสังเคราะห์ในเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดคราบสกปรกบนพื้นผิวออก แต่หากหินต้องอยู่กับความชื้นเป็นเวลานาน แม้จะไม่ได้สัมผัสกับน้ำโดยตรง เนื้อหินก็มีโอกาสหลุดร่อนและเปลี่ยนสีได้ในอนาคต กรณีนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบวัดค่าความชื้นและทำการวินิจฉัยต่อไปว่าควรจะทำการเปลี่ยนหรือไม่ แต่หากหินแช่อยู่ในน้ำเกิน 24 ชม. ขอแนะนำให้รื้อถอนและเปลี่ยนชิ้นใหม่ทดแทน เพราะเชื้อโรคจะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อหิน

15. หินธรรมชาติ (Natural Stone)
หินธรรมชาติ เช่น หินแกรนิต และหินอ่อน น้ำจะสามารถซึมผ่านเข้าไปในเนื้อหินได้ผ่านรูเล็กๆที่มีอยู่มากมาย การดูแลทำความสะอาดหินธรรมชาติเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดคราบสกปรกบนพื้นผิวออก และนำไปผึ่งลมจนแห้ง ความชื้นอาจจะทำให้ซิลิโคนที่ยาไว้ช่วงรอยต่อระหว่างหินหลุดร่อนออก จึงควรทำการยาแนวใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากหินชนิดนี้แช่อยู่ในน้ำนานเกิน 24 ชม.ขอแนะนำให้รื้อถอนและเปลี่ยนชิ้นใหม่ทดแทน เพราะนอกจากจะเกิดคราบน้ำบนเนื้อหินแล้ว เชื้อโรคต่างๆที่ปนเปื้อนมากับน้ำจะสามารถเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อหินได้

16. ท้อปไม้ลามิเนต (Laminated Top)
ท้อปไม้ลามิเนตจะมีคุณสมบัติกันความชื้นได้ในระดับหนึ่ง การดูแลทำความสะอาดสามารถทำได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดทำความสะอาดและผึ่งลมไว้จนแห้ง อย่างไรก็ตามท้อปชนิดนี้ไม่สามารถป้องกั้นน้ำได้ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อของไม้จะไม่มีแผ่นลามิเนตปิดด้านข้าง หากยาแนวหลุดล่อนน้ำจะซึมเข้าไปในเนื้อไม้ได้ทันที ซึ่งจะทำให้ไม้เกิดการขยายตัว บวม และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค จึงแนะนำให้เปลี่ยนท้อปไม้ชิ้นใหม่ทดแทน

17. พรมแผ่น (Modular Carpet)
ถ้าหากพรมแผ่นแช่อยู่ในน้ำไม่เกิน 48 ชั่วโมง สามารถนำไปผึ่งลมให้แห้ง (ไม่แนะนำให้โดนแดด) และนำกลับมาติดตั้งใหม่บนพื้นผิวที่แห้งสนิทได้ทันที แต่หากแช่อยู่ในน้ำที่สกปรก หลังจากผึ่งลมจนแห้งแล้ว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำการกำจัดคราบสกปรกด้วยน้ำยาสำหรับทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ (ไม่สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปได้) ก่อนจะนำกลับมาติดตั้งบนพื้นผิวที่แห้งสนิทอีกครั้ง ถ้าหากพรมแผ่นแช่น้ำเกิน 48 ชั่วโมง สารเคมีที่เคลือบบริเวณเส้นใยหรือแผ่นรองหลังอาจเกิดวามเสียหาย จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำการตรวจสอบ

*การติดตั้งพรมแผ่นต้องใช้กาวพิเศษและติดบนพื้นผิวที่แห้งสนิทเท่านั้น แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง

18. พื้นไม้จริงสำเร็จรูปเชิงวิศวกรรม (Engineered Wood)
พื้นไม้ชนิดนี้มีส่วนประกอบของไม้จริงอยู่ หากโดนความชื้นเป็นเวลานานอาจมีโอกาสงอ หรือบิดตัวได้ในอนาคต เบื้องต้นจึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำการวัดค่าความชื้นและทำการวินิจฉัยต่อไปว่าต้องทำการเปลี่ยนหรือไม่ ทั้งนี้หากพื้นไม้ต้องแช่อยู่ในน้ำเพียงเวลาไม่นาน ก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่น หลุดร่อน บิดโก่ง แนะนำให้ทำการรื้อถอนและเปลี่ยนใหม่

ที่มา:หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Tags : การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์กับการตกแต่งบ้าน บริการรับจำนองบ้าน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view