สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

“บัตรเดบิต” กับเรื่องที่คุณควรรู้‏

“บัตรเดบิต” กับเรื่องที่คุณควรรู้‏

“บัตรเดบิต” กับเรื่องที่คุณควรรู้‏

            หลายๆ คนคงจะเริ่มรู้จักหรืออย่างน้อยๆ ก็คงต้องเคยได้ยินชื่อของ “บัตรเดบิต” (Debit Card) กันอยู่บ้าง ซึ่งก็อาจยังมีบางคนที่ยังสงสัยว่าเจ้า “บัตรเดบิต” ที่ว่านี้มีอะไรพิเศษ แตกต่างยังไงกับ “บัตรเครดิต”(Credit Card) และ “บัตร ATM” ใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับบัตรเดบิต ลองมาทำความรู้จักหน้าที่ของมัน เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยของเงินในบัญชีของเรา

           “บัตรเดบิต” ก็คือบัตรที่ทางธนาคารออกให้กับเราเมื่อเราเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร เพื่อให้เราสามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านทางตู้ ATM ไม่ว่าจะเป็นถอนเงิน โอนเงิน และชำระค่าบริการต่างๆ พูดง่ายๆ ก็คือ บัตรเดบิตมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับบัตร ATM แต่บัตรเดบิตจะเหนือกว่าตรงที่สามารถนำไปซื้อสินค้าต่างๆ ได้โดยตรงโดยแทนเงินสด หรือการนำไป “รูด” ซื้อของ ซึ่งจะคล้ายกับบัตรเครดิต แต่จะต่างกันตรงที่ บัตรเครดิตเป็นการที่เรานำ “เงินในอนาคต” ออกมาใช้ก่อน บัตรเครดิตจะทำหน้าที่จ่ายเงินให้เราก่อน หลังจากนั้นเราจึงค่อยผ่อนจ่ายเงินคืนไปตามเวลาและเครดิตที่เราตกลงไว้กับธนาคารหรือร้านค้าที่เราซื้อสินค้า ส่วนบัตรเดบิต เป็นการใช้จ่ายที่ดึงเอาเงินมาจากบัญชีของเราโดยตรง คือใช้ไปเท่าไรเงินก็จะถูกหักออกไปเท่านั้นเดี๋ยวนั้น ไม่สามารถใช้จ่ายเกินยอดเงินในบัญชีได้

            บัตรทั้ง 2 แบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน บัตรเครดิต หากเราไม่คุมการใช้จ่ายให้ดีหรือใช้จ่ายเกินตัวเกินวงเงินที่เราสามารถหาได้ในแต่ละเดือน ผลที่จะตามมาก็คือการเป็นหนี้บัตรเครดิต เพราะเราไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เราไปทำสัญญาไว้ได้ ส่วนบัตรเดบิต แม้จะไม่สร้างหนี้ให้เรากับธนาคารเหมือนบัตรเครดิต แต่ก็ต้องรู้จักควบคุมการใช้จ่ายและหมั่นเช็คยอดเงินในบัญชีเสมอ เพราะเราอาจเผลอรูดบัตรเดบิตซื้อนู้นซื้อนี้ จนเงินหมดบัญชีโดยไม่รู้ตัว

            การใช้บัตรเดบิตมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเข้ามาแทนที่บัตร ATM ซึ่งตอนนี้ก็มีบางธนาคารที่ยกเลิกการใช้บัตร ATM ไปแล้ว สิ่งที่หลายธนาคารใช้เป็นกลยุทธ์ดึงดูดให้เราหันมาใช้บัตรเดบิตแทนบัตร ATM ก็คือ การปรับค่าธรรมเนียนทั้งแรกเข้าและรายปีของบัตร ATM ให้ขึ้นมาเท่ากับบัตรเดบิต แต่คนที่ใช้บัตรเดบิตซื้อของแทนเงินสดมีน้อยมาก พูดง่ายๆ คือยังใช้เป็นเหมือนบัตร ATM ธรรมดา ซึ่งทำให้การต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีเฉลี่ยปีละ 200 บาทให้กับบัตรเดบิต กับการจ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 100 บาทให้กับบัตร ATM (ของบางธนาคาร) จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคควรคำนึงถึงด้วยเช่นกัน

ใครที่อยากรู้ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการทดสอบเปรียบ เทียบ “ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต” สามารถหาอ่านได้ที่ “นิตยสารฉลาดซื้อ” นิตยสารรายเดือนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค (วางจำหน่ายที่ร้าน นายอินทร์) หรือ www.ฉลาดซื้อ.com หรือโทร.0-2248-3734-7 ต่อ 307

ขอบคุณที่มา : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

 

Tags: เกี่ยวกับการเงินการเลือกซื้อบ้านที่อยู่อาศัย , การตกแต่งบ้าน คอนโด สำนักงาน , เกี่ยวกับการซื้อขายบ้านที่ดิน , เกี่ยวกับกรมที่ดิน , จำนอง , ขายฝาก , ขอสินเชื่อบ้าน ,เรื่องของคอนโด , เกี่ยวกับฮวงจุ้ย ,

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view