สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

รู้เขารู้เราก่อนขอสินเชื่อ

รู้เขารู้เราก่อนขอสินเชื่อ

 รู้เขารู้เราก่อนขอสินเชื่อ

คุณรู้ไหมว่า....ธนาคารคิดอย่างไรกับลูกค้าที่ต้องการ ใช้บริการด้านสินเชื่อ ต้องควบคุมและกำหนดวงเงิน เพราะว่าเป็นการบริหารและควบคุมด้านสินเชื่อให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจของลูกค้า เป็นการสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะ สามารถชำระหนี้คืนได้ เป็นการคัดเลือกธุรกิจที่ธนาคารเห็น ว่าน่าสนใจและมีแนวโน้มที่ดีจะให้สินเชื่อดีหรือไม่

ซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาจากความสำคัญของลูกค้า เช่น เป็นรายเล็ก หรือรายใหญ่ และมีประวัติอย่างไร ลักษณะการประกอบธุรกิจ เช่น เป็นมืออาชีพหรือไม่ หรือมีผลงาน ที่น่าสนใจหรือไม่ สถานภาพของธุรกิจ เช่น มีฐานะมั่นคง มี สินค้าหลากหลาย เป็นผู้นำตลาด

ปัจจุบันธนาคาร มีสินเชื่อที่ให้แก่ธุรกิจนั้นๆ มากน้อยเพียงใด จะให้สินเชื่อสักเท่าไหร่ดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีหลักเกณฑ์ การกำหนดที่คล้ายๆ กัน เช่น ปริมาณธุรกิจของลูกค้า ได้แก่ ยอดขาย เงื่อนไขการให้หรือได้รับ Credit รายได้ของลูกค้า ทุนของลูกค้า หลักประกันของลูกค้า และลูกค้าที่ธนาคารจะให้สินเชื่อนั้น ต้องมี Character (willing to pay ) หมายถึง มีความตั้งใจจะชำระหนี้ โดยดูจาก มีความรับผิดชอบ มีความ สุจริต มีความตรงต่อเวลา punctuality

มีความเสมอต้นเสมอปลาย และ ต้องมี Capacity (ability to repay) หมายถึงมีความสามารถชำระหนี้ โดยดูจาก มีรายได้ประจำ มีความสามารถหารายได้ มีหนี้สินที่ เหมาะสมกับสถานะ มีระเบียบในการใช้จ่าย spending pattern

ต้องมีเงินทุนส่วนตัวร่วมด้วย ต้องมีหลักประกันเป็นประกัน หนี้ ต้องปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากนักต้องอยู่ในประเทศ หรือท้องที่ที่มีปัจจัยเสี่ยงน้อย อะไรบ้างที่จะนำไปเป็นหลักประกันให้กับธนาคารได้ ซึ่งมีมากมาย เช่น เงินฝากหรือพันธบัตรหรือกรรมสิทธิ์ใบหุ้น ก็นำ ไปจดทะเบียนจำนำได้ บ้าน ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร คอนโดมิเนียม ก็นำไปจดทะเบียนจำนองได้ สิทธิการรับเงินตามสัญญา ว่าจ้างของส่วนราชการ หรือบริษัทขนาดใหญ่ ที่เป็นที่น่าเชื่อถือ ก็สามารถนำไปโอนสิทธิการรับเงินได้

หรือถ้าผู้ประกอบการมีเครดิตส่วนตัวยอดเยี่ยมมีชื่อเสียง ก็ไปค้ำประกันส่วนตัวได้ ซึ่งสินเชื่อมีอยู่ 2 ประเภท แต่หลาย ชนิด ได้แก่ สินเชื่อระยะสั้น และสินเชื่อระยะยาว นอกจากนี้ ท่านต้องดูกิจการของท่านว่าประสบปัญหา ดังต่อไปนี้หรือไม่ด้วยก่อนจะขอสินเชื่อจากธนาคาร
1.มีความล่าช้าของการดำเนินงาน เช่น ความล่าช้าของ วัตถุดิบ, การก่อสร้าง การติดตั้งเครื่องจักรล่าช้า เป็นต้น
2.มีปัญหาด้านการผลิต เช่น ราคาวัตถุดิบไม่มีเสถียรภาพ, เครื่องจักรคุณภาพต่ำ, แรงงานสัมพันธ์ เป็นต้น
3.มีปัญหาด้านการตลาด เช่น ราคาสินค้าไม่สามารถแข่งขันได้, การแข่งขันรุนแรง, คำนวณความต้องการตลาดผิดพลาด เป็นต้น
4.มีปัญหาด้านการเงิน เช่น ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูง, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงผิดปกติ, ลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน มากเกินไป, ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น
5.มีปัญหาด้านการบริหารเสมอ เช่น การวางแผนผิดพลาด, การควบคุมผิดพลาด, การวางแผนผิดพลาด เป็นต้น

สิ่งผิดปกติเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าของกิจการ ได้ทราบว่า ธุรกิจของท่านอาจประสบปัญหา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง และทันเวลา ทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ ใช้บริการของ มืออาชีพผู้มีประสบการณ์ ให้เข้ามาศึกษาถึงสาเหตุ และแนะนำวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ก่อนที่ธุรกิจจะเสียหายอย่างร้ายแรง และต้องปิดกิจการในที่สุด
 

ที่มา:หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

Tags : รู้เขารู้เราก่อนขอสินเชื่อ ขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบ้าน กู้บ้าน ซื้อบ้านใหม่ กู้บ้านกับธนาคาร

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view