สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

อีกก้าวหนึ่งของพัฒนาการ เครดิตบูโร

อีกก้าวหนึ่งของพัฒนาการ เครดิตบูโร

เครดิตบูโร อีกก้าวหนึ่งของพัฒนาการ

บริษัทข้อมูลเครดิตฯหรือเครดิตบูโร (Credit Bureau) เกิดจากการผลักดันของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นองค์กรกลางในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถานะการผ่อนชําระหนี้เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน บริษัทบัตรเครดิต บริษัทเช่าซื้อ/ลีสซิ่งที่เป็นสมาชิกการมีประวัติการชําระหนี้ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันย่อมทําให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่ต่ำส่งผลดีต่อผู้กู้และผู้ให้กู้และลดโอกาสที่สินเชื่อที่ปล่อยไปจะกลายเป็นหนี้มีปัญหานับเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจระบบการเงินและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างมาก

ปัจจุบันบริษัทข้อมูลเครดิตฯที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด(National Credit Bureau - NCB)ข้อมูลที่เครดิตบูโรจัดเก็บได้แก่          ชื่อ ที่อยู่วันเดือนปีเกิด อาชีพ เลขที่บัตรประจําตัว เป็นต้น รวมถึงประวัติการขอ/การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ประวัติการชําระราคาสินค้า/บริการบัตรเครดิต ซึ่งมีทั้งบัญชีที่ยังเดินอยู่และบัญชีที่มีปัญหาการผ่อนชําระรวมทั้งบัญชีการกู้เงินส่วนบุคคลและของกิจการ โดยเฉพาะรายขนาดกลางและขนาดเล็ก(SME)โดยไม่มีการจัดชั้นลูกหนี้และไม่มีการขึ้นทะเบียนดํา (Black list)

ทั้งนี้สมาชิกจะใช้ข้อมูลที่ได้จาก NCB มาเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาสินเชื่อ กรณีลูกค้าที่มีประวัติการค้างชําระหนี้ก็อาจจะยังได้รับอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น แบบจําลองประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่สถาบันการเงินพัฒนาขึ้นเอง (Internal Credit Scoring) กระแสเงินสดหรือรายได้ที่จะนํามาชําระหนี้หลักประกันคุ้มกับมูลหนี้ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง แม่ผู้ประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อจะได้ใช้ข้อมูลจาก NCB เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจแต่กฎหมายก็ได้มีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลเพื่อให้ระบบข้อมูลเครดิตยังประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและสังคมโดยรวมโดยกฎหมายกําหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต (กคค.)ซึ่งมีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานปลัดกระทรวงการคลังเป็นรองประธานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีปลัดกระทรวงยุติธรรมเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการอีกหลายท่านรวมทั้งมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงินการธนาคารและผู้แทนผู้ประกอบการธุรกิจภาคเอกชน กคค. ทําหน้าที่ในการกํากับดูแลการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตเพื่อให้สมาชิกนําส่งข้อมูลเครดิตที่ถูกต้อง NCB ประมวลผลข้อมูลตามที่กฎหมายกําหนด และเปิดเผยข้อมูลแก่สมาชิกตามความยินยอมของเจ้าของข้อมูล และให้ถือว่าเป็นข้อมูลลับเนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มิพึงนําไปเปิดเผย

นอกจากนี้หากเจ้าของข้อมูลเห็นว่าข้อมูลของตนเองไม่ถูกต้องก็สามารถใช้สิทธิตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ตามกฎหมายอีกทั้งเมื่อสถาบันการเงินปฏิเสธการให้สินเชื่อด้วยเหตุเครดิตบูโรจะต้องแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรแก่เจ้าของข้อมูลผู้ขอสินเชื่อนั้นทราบด้วยเพื่อที่เจ้าของข้อมูลจะได้ไปตรวจสอบที่NCB โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในอีกด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินกฎหมายก็ดูแลให้มีการเก็บข้อมูลภาระหนี้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อของสถาบันการเงินเช่นกัน

ล่าสุด กคค. ได้ออกประกาศใหม่2 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติในต่างประเทศรวมทั้งเพื่อให้เป็นคุณกับเจ้าของข้อมูลมากขึ้น เช่น กรณีลูกหนี้ปลดจากบุคคลล้มละลายแล้ว ประกาศกําหนดให้สมาชิกจะส่งข้อมูลต่อไปได้อีกไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับการปลดล้มละลายและ NCB จะประมวลผลต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 ปีและกรณีหมดระยะเวลาบังคับคดีก็ให้หยุดรายงานทันทีจากเดิมที่ยังคงต้องรายงานต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ก็ให้มีการเก็บข้อมูลภาระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามที่สมาชิกมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นการยึดหลักความเป็นธรรมแก่เจ้าของข้อมูลและสมาชิกผู้ประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อ แม้ข้อมูลในเครดิตบูโรจะแสดงประวัติการชําระสินเชื่อ ซึ่งอาจจะเคยมีกรณีที่ลูกหนี้ไม่ได้ชําระหนี้ตามกําหนด หรืออาจลืมชําระหนี้บัตรเครดิตบ้างในอดีตแต่หากลูกหนี้เป็นผู้ที่มีวินัยทางการเงินดีและสามารถแสดงให้สถาบันการเงินเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพในการชําระหนี้ได้ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

สําหรับลูกหนี้ที่มีประวัติการชําระหนี้ดีมาโดยตลอดก็จะได้ประโยชน์จากมีระบบข้อมูลเครดิต เช่น ได้รับความสะดวกจากสถาบันการเงิน เพราะสามารถพิจารณาสินเชื่อได้เร็วขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่ต่ำลง

อย่างไรก็ดี สําหรับลูกหนี้ที่เริ่มเห็นสัญญาณของปัญหาว่าจะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน ขอแนะนําให้ติดต่อกับสถาบันการเงินแต่เนิ่นๆเพื่อเตรียมหาทางออกไว้เช่น อาจขอปรับเงื่อนไขการผ่อนชําระเงินเพื่อที่จะได้ไม่ถูกบันทึกประวัติการผิดนัดชําระหนี้ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การทําธุรกรรมทางการเงินหรือประกอบธุรกิจต่อไป
_______________________________________
โดย นางจันทวรรณ สุจริตกุล
ผู้อํานวยการอาวุโส
ฝ่ายวิเคราะห์และติดตามฐานะ


บทความนี้เป็นขอคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จําเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย
เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 

ที่มา:ธนาคารแห่งประเทศไทย

Tags : เครดิตบูโรอีกก้าวหนึ่งของพัฒนาการ เครดิตบูโร ติดเครดิตบูโร ตรวจสอบเครดิตบูโร เครดิตบูโร ติดblacklist ติดแบล๊กลิสต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view