สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

การคุ้มครองเงินฝาก

การคุ้มครองเงินฝาก

การคุ้มครองเงินฝาก

การคุ้มครองเงินฝาก คืออะไร
การคุ้มครองเงินฝากเป็นระบบที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสถาบันการเงินและจ่ายเงินคืนผู้ฝากภายในวงเงินที่กำหนดในกรณีที่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองถูกปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอขอรับชำระหนี้จากการชำระบัญชีทรัพย์สิน

หลักการสำคัญของระบบคุ้มครองเงินฝาก
- คุ้มครองเงินฝากในสถาบันการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝากรายย่อย ซึ่งเป็นผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ในระบบมิให้ได้รับผลกระทบในกรณีที่สถาบันการเงินถูกสั่งปิดกิจการ
- เป็นกลไกในการสร้างวินัยทางการเงิน ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน โดยการจำกัดวงเงินจ่ายคืน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ฝากให้ความสำคัญในการติดตามฐานะและการดำเนินงานของสถาบันการเงิน ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินจะดำเนินงานอย่างระมัดระวัง โปร่งใส และให้บริการที่ดีแก่ผู้ฝากเงิน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน

ประโยชน์ของการมีระบบคุ้มครองเงินฝาก
- ประโยชน์ต่อผู้ฝากเงิน:เงินฝากในสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ระบบนี้ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฯ โดยอัตโนมัติผู้ฝากเงินไม่ต้องกังวล หรือ ดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก อีกทั้งเมื่อสถาบันการเงินใดถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายคืนเงินฝากแก่ผู้ฝากเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
- ประโยชน์ต่อระบบการเงิน:สถาบันการเงินมีความเข้มแข็ง มีการแข่งเสรีตามกลไกตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีความเหมาะสม

ปัจจุบันมีประเทศใดบ้างที่มีระบบคุ้มครองเงินฝาก

ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 106ประเทศ โดยในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ อินเดีย รัสเซีย และคาซัคสถาน

สรุปหลักสาคัญของพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551

1. วัตถุประสงค์ อำนาจและหน้าที่

วัตถุประสงค์
(1) คุ้มครองเงินฝากในสถาบันการเงิน
(2) เสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน
(3) ดำเนินการกับสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

อำนาจและหน้าที่
(1) บริหารจัดการกองทุน ทุน และทรัพย์สินของสถาบัน
(2) เรียกเก็บเงินที่สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุน และจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ฝากเงินหากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต
(3) มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ รวมทั้งก่อตั้งสิทธิหรือทำนิติกรรมใด ๆ
(4) ออกตั๋วเงิน พันธบัตร หรือตราสารทางการเงินอื่น
(5) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย หรือลงทุนในหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการสถาบันกำหนดโดยอนุมัติของรัฐมนตรี
(6) ฝากเงินในสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น เพื่อจัดการงานตามปกติธุระ หรือตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
(7) ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. ลักษณะองค์กร

- มีฐานะเป็นนิติบุคคล

3. ทุนประเดิม

- ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จัดสรรโดยรัฐบาล

4. คณะกรรมการ

- คณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝากประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3-5 คน โดยในจำนวนนี้ต้องเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการคลังและด้านกฎหมายอย่างน้อยด้านละ 1 คน
- ผู้อำนวยการสถาบันเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
- ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ
- รัฐมนตรีจะเสนอชื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง

5. เงินนำส่ง

- สถาบันการเงินต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากในอัตราไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปีของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ย ของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครอง โดยประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกา
- อัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนครั้งแรกให้กำหนดเป็นอัตราเดียว สาหรับครั้งต่อไปจะกำหนดอัตราดังกล่าวให้แตกต่างกันตามประเภทหรือฐานะการดำเนินงานของสถาบันการเงินก็ได้

6. เงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง

- เงินฝากและดอกเบี้ยค้างจ่ายที่เป็นเงินบาทในบัญชีเงินฝากในประเทศ และไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อรายผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน
- ไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีประเภทบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

7. สมาชิก

- แบบบังคับ สาหรับสถาบันการเงิน ดังนี้ ธนาคารพาณิชย์ไทย รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
- สามารถที่จะขยายความคุ้มครองไปยังสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หากเห็นว่าเหมาะสมโดยตรา เป็นพระราชกฤษฎีกา

8. การจ่ายคืนผู้ฝาก

- ผู้ฝากเงินจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน นับแต่วันยื่นคำขอรับเงิน

9. การติดตามการดาเนินการและสถานะทางการเงินของสถาบันการเงิน

- สถาบันคุ้มครองเงินฝากสามารถรับรายงานตรวจสอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน รวมทั้งอาจขอข้อมูลจากสถาบันการเงินได้โดยตรง
- สถาบันคุ้มครองเงินฝากอาจร้องขอธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นให้ทำการตรวจสอบสถาบัน

การเงินได้ หากมีเหตุให้สงสัยว่าสถาบันการเงินดังกล่าวมีฐานะและการดำเนินงานอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน โดยสถาบันคุ้มครองเงินฝากอาจเข้าร่วมทำการตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินอื่นด้วย

10. การแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินและคณะกรรมการควบคุม ( บทบาทของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ระหว่างการดำเนินการกับสถาบันเงินที่มีปัญหา )

- เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคาสั่งควบคุมสถาบันการเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะเสนอรายชื่อบุคคลต่อธนาคาร แห่งประเทศไทยเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการควบคุม
- คณะกรรมการควบคุมจะเข้าดูแลควบคุมการดำเนินงานของสถาบันการเงินที่มีปัญหาตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน

11. การชำระบัญชี

- สถาบันคุ้มครองเงินฝากทาหน้าที่เป็นผู้ชำระบัญชีสถาบันการเงิน และรับผิดชอบในการจ่ายคืนเงินฝาก
- ผู้ชำระบัญชีสามารถบริหารจัดการทรัพย์สิน และเรียกเก็บหนี้สิน
- ผู้ชำระบัญชีจะต้องชำระคืนเงินที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากได้จ่ายคืนให้ผู้ฝาก
- ผู้ชำระบัญชีอาจจ่ายเงินให้เจ้าหนี้อื่นตามสัดส่วนที่เป็นธรรมและด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้
- เมื่อผู้ชำระบัญชียื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อส่งให้สถาบันการเงินล้มละลายและศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ผู้ชำระบัญชีจะส่งมอบเงิน ทรัพย์สิน และเอกสารทั้งหมดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะพ้นจากอำนาจและหน้าที่ในฐานะผู้ชำระบัญชีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป

12. การทยอยลดวงเงินคุ้มครอง

มีการทยอยลดวงเงินคุ้มครองจากเต็มจำนวน จนถึง 1 ล้านบาทภายใน 4 ปี ดังนี้
ปีที่ 1 เต็มจำนวน 11 ส.ค. 51 – 10 ส.ค. 52
ปีที่ 2 เต็มจำนวน 11 ส.ค. 52 – 10 ส.ค. 53
ปีที่ 3 เต็มจำนวน 11 ส.ค. 53 – 10 ส.ค. 54
ปีที่ 4 ไม่เกิน 50 ล้านบาท 11 ส.ค. 54 – 10 ส.ค. 55
ปีที่ 5 ไม่เกิน 1 ล้านบาท 11 ส.ค. 55 เป็นต้นไป

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก มีหน้าที่ คือ
1.คุ้มครองเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงิน

2.เก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อสะสมไว้เป็นกองทุนคุ้มครองเงินฝาก สำหรับใช้ในการจ่ายคืนเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงินหากสถาบันการเงินใดถูกปิด

สถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ไทย รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามรายชื่อดังนี้ รายชื่อสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก (ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2553)

ธนาคารพาณิชย์ (รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ)
ธ. กรุงเทพ ธ. กรุงไทย  ธ. กรุงศรีอยุธยา ธ. กสิกรไทย ธ. เกียรตินาคิน ธ. ทหารไทย ธ. ทิสโก้ ธ. ซีไอเอ็มบี ไทย ธ. ไทยพาณิชย์ ธ. ธนชาต ธ. นครหลวงไทย ธ. ยูโอบี
ธ. สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ธ. ไอซีบีซี (ไทย) ธ. ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ธ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ธ. เมกะ สากลพาณิชย์ ธ. เครดิต อะกริกอล คอร์ปอเรทแอนด์อินเวสเมนท์แบงก์ ธ. เจพีมอร์แกน เชส ธ. ซิตี้แบงก์ ธ. ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธ. ดอยซ์แบงก์ ธ. บีเอ็นพี พารีบาส์ ธ. มิซูโฮ คอร์ปอเรต
ธ. แห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ  ธ. แห่งประเทศจีน ธ. แห่งอเมริกาเนชั่นแนลแอสโซซิเอชั่น ธ. อาร์ เอช บี ธ. อินเดียนโอเวอร์ซีส์ ธ. เดอะรอยัลแบงค์อ๊อฟสกอตแลนด์ เอ็น.วี.
ธ. โอเวอร์ซี-ไชนีสแบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ธ. ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น


บริษัทเงินทุน
บง. กรุงเทพธนาทร บง. สินอุตสาหกรรม บง. แอ็ดวานซ์

บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
บค. ลินน์ ฟิลลิปส์ มอร์ทเก็จบค. สหวิริยา บค. เอเซีย

กฎหมายนี้ไม่ครอบคลุมถึงธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นธนาคารที่รัฐถือหุ้นและดูแลผู้ฝากเงินอยู่แล้ว รวมทั้งธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น เช่น ธนาคารอิสลาม อย่างไรก็ดี หากต่อไปเห็นว่าเหมาะสมที่จะขยายความคุ้มครองไปยังธนาคารของรัฐเหล่านี้ ก็กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

พรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.๒๕๕๑

ที่มา:สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

Tags : การคุ้มครองเงินฝาก พรบ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.๒๕๕๑

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view