บ้านณัฐ99 บริการรับจำนอง ขายฝาก ไถ่ถอน บ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ดอกเบี้ยถูก รับเงินในวันเดียวจบ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี Line.baannut99 Tel.092-897-4546

สิทธิของผู้บริโภคในการฟ้องร้องเจ้าของโครงการคอนโด

สิทธิของผู้บริโภคในการฟ้องร้องเจ้าของโครงการคอนโด
 
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคให้กับผู้บริโภคที่จองคอนโดมิเนียมได้ทราบและนำไปใช้ได้จริงเป็นข้อๆ ดังนี้ คือ
1.ความหมายของคำว่า “ผู้บริโภค” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 3 บัญญัติว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
 
2.ความหมายของคำว่า “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายหรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการ และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย
การจองบ้านและคอนโดมิเนียมในเขตเมือง เช่น สีลม สุขุมวิท เพชรบุรี หรือรัชดาภิเษก พหลโยธิน หรือบริเวณใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้า เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ใกล้ที่ทำงาน สะดวกสบายในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย มีห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าจำนวนมาก หาที่กินที่เที่ยวสะดวก บางโครงการ เช่น บริเวณสี่แยกเมเจอร์ รัชโยธิน เปิดให้จองใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง มีการจองหมดโดยทันที ราคาตารางเมตรละ 76,200 บาท เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการสูง
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายรายเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เปิดให้จองห้องชุดพักอาศัยเนื้อที่ประมาณ 43 ตารางเมตร ราคา 2 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2551 ผู้ซื้อต้องชำระเงินจองในวันทำสัญญา 1.5 หมื่นบาท ผ่อนชำระเงินจองส่วนที่เหลืออีกประมาณ 6 แสนบาท งวดละ 2 หมื่นบาท รวม 29 งวด
หลังจากจ่ายเงินจองครบ อีก 1.9 ล้านบาท ให้ผู้จองไปกู้ธนาคาร ปรากฏว่าเมื่อชำระเงินจองครบ เจ้าของโครงการไม่ยอมสร้างต่อ แต่เอาโครงการไปขายให้กับคนอื่นและได้กำไรเพิ่มเติมอีกหลายร้อยล้านบาท (จากที่ได้กำไรอยู่แล้วในการเปิดให้ผู้บริโภคจอง เป็นการได้กำไรซ้อนกำไร) โดยอ้างพิษเศรษฐกิจบังหน้า ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะบริเวณตรงข้ามมีคอนโดมิเนียมลักษณะเดียวกันถูกจองหมดแล้ว ผู้บริโภคหลายรายที่จองโครงการดังกล่าวได้รับจดหมายบอกเลิกสัญญาและคืนต้นเงินแต่ไม่มีดอกเบี้ยและค่าเสียหายเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ทำให้ได้รับความเสียหาย และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตในการบอกเลิกสัญญา ไปร้องเรียน สคบ.ก็ช่วยไม่ได้ จึงมาขอความช่วยเหลือที่ทนายคลายทุกข์ ต้องการเรียกค่าเสียหายให้สอดคล้องกับความเสียหายตามความเป็นจริง เพราะต้องเจียดเงินเดือนผ่อนมา 2 ปี แสนสาหัสและไม่ได้คอนโดมิเนียม
 
ผมขอเรียนว่า ตามกฎหมายแล้ว ผู้บริโภคมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเจ้าของโครงการได้ดังนี้
1.ขอต้นเงินที่จองและชำระเงินจองทั้งหมดคืนพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาและตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจห้องชุดเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2543 ฉบับลงวันที่ 15 ก.ย. 2543 ข้อ 8.6 (ก)
 
2.เจ้าของโครงการไม่ยอมสร้างต่อ แต่เอาโครงการไปขายให้บุคคลภายนอกได้กำไรหลายร้อยล้านบาทเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริโภคต้องไปหาซื้อคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านเดียวกัน มีราคาต่อตารางเมตรสูงขึ้นจากเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ กล่าวคือ จากเดิม 48,700 บาท ราคาปัจจุบันสูงกว่าเดิมเป็น 76,200 บาท เกิดความเสียหายต่อตารางเมตรละ 27,500 บาท
 
3.ค่าขาดประโยชน์ในการใช้ทรัพย์นับแต่วันที่ต้องสร้างให้เสร็จ เป็นรายวัน-รายเดือน ตามข้อเท็จจริง
 
4.ค่าเสียหายทางด้านจิตใจ เช่น อาจจะจองคอนโดมิเนียมเพื่อใช้เป็นเรือนหอ อาจทำให้แฟนเลิกกันหรือถอนหมั้น ผมเคยได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้ว ก็น่าจะเรียกได้ถ้าสืบได้
 
5.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้บริโภคตั้งใจซื้อคอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงาน แต่เมื่อเจ้าของโครงการไม่ยอมสร้าง ทำให้ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น
 
6.ของแถมที่ตกลงจะให้กับผู้จองคอนโดมิเนียม เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อไม่มีการสร้าง จึงไม่มีการให้ของแถม เจ้าของโครงการต้องชดใช้คืนให้กับผู้บริโภคตามที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้
 
7.ค่าเสียหายอื่นๆ อีก (ถ้ามี) ผู้บริโภคสามารถเรียกได้ทั้งสิ้น
 
สำหรับตัวบทกฎหมายอ้างอิง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 5 ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
 
มาตรา 391 เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม
แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
ส่วนเงินอันจะต้องใช้คืนในกรณีดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น ท่านให้บวกดอกเบี้ยเข้าด้วย คิดตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้
ส่วนที่เป็นการงานอันได้กระทำให้และเป็นการยอมให้ใช้ทรัพย์นั้น การที่จะชดใช้คืน ท่านให้ทำได้ด้วยใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้นๆ หรือถ้าในสัญญามีกำหนดว่าให้ใช้เงินตอบแทน ก็ให้ใช้ตามนั้น
การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้น หากกระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่
 
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจห้องชุดเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2543
ข้อ 8.6 ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถดำเนินโครงการอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดสัญญา หรือคาดหมายได้ว่าจะไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดสัญญา หรือคาดหมายได้ว่าจะไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด
ก.ให้ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และมีสิทธิเรียกเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระไปแล้ว
ทั้งหมดคืนจากผู้ประกอบธุรกิจพร้อมดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันกับเบี้ยปรับ ที่ผู้ประกอบธุรกิจกำหนดสำหรับกรณีผู้บริโภคผิดนัดชำระหนี้ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้บริโภคที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายอย่างอื่น

ที่มา:ทนายคลายทุกข์/โพสต์ทูเดย์ดอทคอม 

Tags: เกี่ยวกับการเงินการเลือกซื้อบ้านที่อยู่อาศัย , การตกแต่งบ้าน คอนโด สำนักงาน , เกี่ยวกับการซื้อขายบ้านที่ดิน , เกี่ยวกับกรมที่ดิน , จำนอง , ขายฝาก , ขอสินเชื่อบ้าน ,เรื่องของคอนโด , เกี่ยวกับฮวงจุ้ย ,